ศาลชั้นต้น
 

             
ศาลชั้นต้น
เว็บไซต์
 
โครงสร้างศาลยุติธรรม
ศาลฏีกาคืออะไร
ศาลอุทรธรณ์คืออะไร
ศาลทั่วราชอาณาจักร
กรมบังคับคดี
สำนักระงับข้อพิพาท
              ศาลชั้นต้น เป็นศาลที่รับฟ้องในชั้นเริ่มต้นคดีไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง หรือคดีอาญาประกอบด้วย
                              - ศาลแขวง
                              - ศาลจังหวัด
                              - ศาลแพ่ง
                              - ศาลแพ่งธนบุรี
                              - ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
                              - ศาลอาญา
                              - ศาลอาญาธนบุรี
                              - ศาลเยาวชนและครอบครัว
                              - ศาลแรงงานกลาง
                              - ศาลภาษีอากร
                              - ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
                              - ศาลล้มละลาย

              ศาลชั้นต้น ในส่วนที่เกี่ยวกับงานด้านธุรการมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ด้านคดี มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการ
ตรวจสอบรับคำฟ้งอ คำร้อง คำขอ คำแถลง คำคู่ความในเบื้องต้น การออกหมาย ประกาศสถิติคดี เก็บรักษาสำนวนความ เอกสาร
และของกลางลงสารบบความ สารบบคำพิพากษาคำสั่ง การนัดความ เรียกคู่ความเข้าห้องพิจารณา นำพยานสาบาานตน
พิมพ์บันทึกคำให้การสอบพยาน จัดทำสำนวน และเก็บเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
             ด้านธุรการทั่วไป มีหน้ารที่รับผิดชอบตามระเบียบว่า ด้วยงานสารบรรณ งานการเจ้าหน้าที่และบริหารงานบุคคล
ตลอดถึงงานบริการคู่ความและประชาชนทั่วไป งานห้องสมุด รับจ่ายเงินทำบัญชีรายงานการเงินทุกประเภท รับผิดชอบในการ
เบิกจ่าย เก็บรักษาพัสดุ
             ครุภัณฑ์และดูแลรักษาอาคารสถานที่ ยานพาหนะ รวมถึงการจัดซื้อ จัดจ้าง ตามระเบียบพัสดุ อีกทั้งการจัดทำแผนงาน
โครงการต่าง ๆ ดำเนินการขอตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อสนับสนุน แผนงานโครงการนั้น ๆ

การดำเนินคดีในศาลชั้นต้น

             ๑. การดำเนินคดีแพ่ง เริ่มต้นเมื่อมีการยื่นคำฟ้อง หรือ คำร้องขอเพื่อเริ่มต้นคดีต่อศาล เจ้าหน้าที่รับฟ้องจะตรวจ
ความถูกต้อง ลงเลขคดีดำ คิดค่าธรรมเนียมที่งานการเงิน แล้วเสนอศาลเมื่อศาลตรวจเห็นว่าฟ้องถูกต้องจะรับคำร้องส่งหมาย
เรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยหรือปิดประกาศ ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเลยรับหมายเรียกแล้วต้องยื่นคำให้การ
ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ และจะยื่นคำให้การและโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีได้ทันที โดยโจทก์ไม่จำต้องสืบพยาน
แต่จำเลยยื่นคำให้การภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลจะตรวจรับคำให้การและ สั่งนัดพร้อมหรือชี้สองสถานถึงวันนัดศาล
จะกำหนดประเด็นแห่งคดีว่ามีอย่างไรคู่ความฝ่ายไหนมีหน้าที่นำสืบ และใครสืบก่อนสืบหนังอย่างไร เมื่อใดคู่ความมีหน้าที่ ต้องยื่น
บัญชีระบุพยานอ้างบุคคลเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อต่อสู้ และนำหรือขอให้ศาลหมายเรียกพยานบุคคลหรือ
ออกคำสั่งเเรียกพยานเอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ เข้าสืบตามวันนัดในวันนัดเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์จะรวบรวม
สำนวนเอกสารเสนอศาลเรียกคู่ความและพยานเข้าห้องพิจารณานำพยานสาบานตนและศาลจะทำการ สืบพยานเจ้าหน้าที่จะรวบ
รวมคำให้การเอกสารและหลักฐานต่างๆเข้าสำนวนหรือแยกเก็บตามคำสั่งศาลกเมื่อสืบพยานทุกฝ่ายเสร็จแล้วศาลจะนัดฟังคำพิพากษา
โดยให้โอกาส คู่ความยื่นคำแถลงการก่อนและเมื่อพยานพิพากษาแล้วต้องนำคำพิพากษาไปลงสารบบและพิมพ์คำพิพากษาคู่ความที่
ไม่พอใจคำพิพากษาอาจอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษาไปยังศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาได้และเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วหากผู้แพ้คดีไม่ปฎิบัติ
ตามคำพิพากษาผู้ที่ชนะคดี ชอบที่จะขอให้ศาลออกคำสั่งบังคับ และหมายบังคับคดี เพื่อบังคังให้มีการปฏิบัตตาม
คำพิพากษาจนครบถ้วน หรือในระหว่างพิจารณาคู่ความอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนคำพิพากษาได้

             ๒. การดำเนินคดีล้มละลาย กระบวนพิจารณาล้มละลายมี หลายขั้นตอนด้วยกัน คือ
ยื่นฟ้องล้มละลาย (แล้วส่งหมาย) สืบพยานโจทก์ สืบพยานจำเลย สั่งพิทักษ์ทรัพย์ ประกาศให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน ๒ เดือน ยึดทรัพย์ ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกพิจารณาคำขอประนีประนอมหนี้ พิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ขายทรัพย์
แบ่งทรัพย์ ปิดคดี ปลดจากการล้มละลาย และยกเลิกการล้มละลายเก็บรักษาสำนวนและเอกสารโดยเฉพาะการบังคับคดีในการปฎิบัติ
หากศาลใดยังไม่มีสำนักงานบังคับคดีประจำ ศาลจะมอบหมายให้จ่าศาล ในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลยึดทรัพย์
และขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ รวมทั้งรับเงินและจ่ายเงินในคดี แทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นอกจากนี้รวมทั้ง
ให้ถือปฏิบัติตามคำการดำเนินแพ่งโดยอนุโลม

             ๓. การดำเนินคดีอาญาคดีอาญามาสู่ศาลได้ ๒ ทาง คือ ทางพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องและทางผู้เสียหา
เป็นโจทก์ฟ้องเอง คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง จะมีการสอบสวนในความผิดกันก่อน บางเรื่องก่อนฟ้องได้มีการยื่น คำร้องขอฝากขัง หรือขอผัดฟ้อง ฝากขังระหว่างสอบสวนต่อมาเมื่อมีการฟ้องคดีนั้นแล้ว จะนำสำนวนที่ฝากขังหรือ
ของผัดฟ้องฝากขังมารวมกับสำนวนที่ฟ้อง
             การฟ้องคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ต้องมีตัวจำเลยมา ส่งศาลพร้อมฟ้องเจ้าหน้าที่รับชอบฟ้องจะตรวจความถูกต้อง
ลงเลขคดีดำมอบตัวจำเลยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมแล้วเสนอศาล ศาลจะตรวจสั่ง ประทับฟ้องและสอบคำให้
การจำเลยถ้าจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นคดีที่ไม่ต้องสืบพยานโจทก์ประกอบ ศาลจะพิพากษาคดีนั้นไปเลย หรือสั่งพนักงาน
คุมประพฤติสืบเสาะ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เรื่องนั้นเพื่อประกอบดุจพินิจในคำพิพากษาก็ได้ ถ้าเป็นคดีที่กฎหมายกำหนด
ให้สืบพยานโจทก์ประกอบ ก่อนศาลจะนัดสืบพยานโจทก์ ถ้าเป็น กรณีฟ้องไม่ถูกต้องศาลจะสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้อง ยกฟ้อง
หรือไม่ประทับฟ้อง คดีที่จำเลยให้การปฎิเสธ ซึ่งศาลจัดสืบพยานโจทก์ไว้ นำมาลงบัญชีนัดความประจำ ออกหมายขัง ระหว่างพิจารณา
เว้นแต่จำเลยจะมีประกันตัวแล้วส่งงานเก็บสำนวนพนักงานอัยการโจทก์ จะมายื่นบัญชีระบุพยาน แล้วยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียก
พยานบุคคล เอกสาร และหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำเข้าสืบพยาน ในวันนัดเช่นกัน ในวันนัดสืบพยานโจทก์ หรือจำเลยเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์
จะรวบรวมสำนวน เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ เสนอศาล ถ้าจำเลยถูกขังอยู่จะเบิกจำเลยมาศาล เรียกคู่ความและพยาน
เข้าห้องพิจารณา นำพยานสาบานตน แล้วศาลจะทำการสืบพยาน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะรวบรวม พยานเอกสารและหลักฐานเข้า
สำนวน หรือเรียกเก็บตามคำสั่งศาล เมื่อสืบพยานทุกฝ่ายเสร็จ ศาลจะนัดฟังคำพิพากษา โดยให้โอกาสคู่ความแถลงปิดคดี และเมื่อศาลพิพากษา แล้วนำคดีมาลงเลขคดีแดงและลงสารบบคำพิพากษา ถ้าศาลพิพากษายกฟ้องให้งานหมายปล่อยตัวจำเลย
เว้นแต่จำเลย จะได้ประกันตัวไว้แล้วถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษกักขังหรือจำคุก หรือจำคุกและกักขัง ก็ให้ออกหมายกักขังหรือจำคุก
หรือจำคุกและกักขัง จำเลยระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ถ้าศาลพิพากษา ปรับให้งานการเงิน รับเงินค่าปรับ ถ้าจำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับ
ให้ออกหมายกักขังเแทนค่าปรับ เว้นแต่จำเลย จะมีประกันตัว เพื่ออุทธรณ์ฎีกา หรือ ขอผัดชำระค่าปรับ คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว
อาจมีการอุทธรณ์ หรือฎีกาต่อไปได้ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา
ถ้าจำเลยต้องโทษกักขังจำคุก หรือจำคุกและกักขัง อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ก็ให้ออกหมาย กักขัง เมื่อคดีถึงที่สุด
หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด หรือหมายจำคุกและกักขังเมื่อคดีถึงที่สุด ถ้าผลคำพิพากษาศาลสูงเปลี่ยนแปลงไป ประการใด
ก็ให้ออกหมายตามผล ของคำพิพากษานั้น และถ้าจำเลยต้องโทษประหารชีวิต ก็ให้ออกหมายแจ้งโทษ เมื่อตัดสินแล้ว
(เพื่อรอการประหารชีวิต) แล้วจะส่งสำนวนความพร้อม เอกสาร และสำนวน คำพิพากษาชั้นถึงที่สุด ๖ ชุด ไปยังกระทรวงยุติธรรม
เพื่อดำเนินการต่อไป
             คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง ศาลนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง ออกหมายนัดแจ้ง วันนัดให้จำเลยทราบ เมื่อศาลไต่สวนแล้ว
ถ้าคดีไม่มีมูล ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่ถ้าคดีมีมูลศาลจะสั่งประทับฟ้อง นัดให้จำเลยยื่นคำให้การ แก้คดีนัดสืบพยานโจทก์
เมื่อจำเลยมาศาลในวันนัดให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ และออกหมายขังระหว่างพิจารณา เว้นแต่ศาลอนุญาต ให้มีการประกันตัวไป
แต่ถ้าจำเลยไม่มาศาลตามนัด ศาลสั่ง ออกหมายจับจำเลยลงสารบบคำพิพากษา ออกหมายเลขคดี เมื่อจับตัวจำเลย
มาได้แล้วออกหมายขังระหว่างพิจารณา เว้นแต่ศาลอนุญาตให้มีการประกันตัวไปยกคดีขึ้น พิจารณาต่อไป และดำเนิน
ขบวนการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย ตัดสินคดี และปฎิบัติ เช่นเดียวกับคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง
ส่วนคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ผู้เสียหายเป็น
             โจทก์ฟ้องให้เรียกค่าธรรมเนียมในส่วนแพ่ง เช่นเดียวกับคดีแพ่งในส่วนอาญา คงปฎิบัติเช่นเดียวกับคดีอาญา

 
สำนักงานอัยการสูงสุด
 
• สำนักงานคดีอัยการสูงสุด
• สำนักงานคดีปกครอง
• สำนักงานคดีศาลสูง
• สำนักงานคดีศาลแขวง
• สำนักงานคดีอาญา
• สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้
• สำนักงานคดีอาญาธนบุรี
• สำนักงานคดีแพ่ง
• สำนักงานคดีแพ่งกรุงเทพใต้
• สำนักงานคดีแพ่งธนบุรี
• สำนักงานคดียาเสพติด
• สำนักงานคดีภาษีอากร
• สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว
• สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร
• สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
• สำนักงานคดีล้มละลาย
• สำนักงานคดีแรงงาน
• สำนักงานอัยการเขต 1
• สำนักงานอัยการเขต 2
• สำนักงานอัยการเขต 3
• สำนักงานอัยการเขต 4
• สำนักงานอัยการเขต 5
• สำนักงานอัยการเขต 6
• สำนักงานอัยการเขต 7
• สำนักงานอัยการเขต 8
• สำนักงานอัยการเขต 9