ศาลทหาร
 


การลงทัณฑ์เหนืออำนาจ


การลงทัณฑ์เหนืออำนาจ

การที่ผู้บังคับบัญชาชั้นใดมีอำนาจลงทัณฑ์ได้เท่าใด ย่อมเป็นไปตามเกณฑ์ตาราง
กำหนดทัณฑ์ท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร ในการสั่งลงทัณฑ์แต่ละครั้ง ผู้มีอำนาจลงทัณฑ์จะ
สั่งลงทัณฑ์เต็มที่ตามอำนาจที่มีสถานใดสถานหนึ่งเพียงสถานเดียวเท่านั้น (มาตรา ๑๒) แสดง
ให้เห็นว่า การสั่งลงทัณฑ์แต่ละสถานของผู้บังคับบัญชาแต่ละลำดับชั้นนั้น ต้องเป็นไปตามที่
กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งหากผู้กระทำผิดสมควรได้รับทัณฑ์เหนืออำนาจเกินกว่าที่ตนจะสั่งลงทัณฑ์
ได้ ก็จะต้องรายงานชี้แจงความผิดนั้นรวมทั้งให้ความเห็นด้วยว่า ควรลงทัณฑ์เพียงใด แล้วเสนอ
รายงานตามลำดับชั้นจนถึงผู้มีอำนาจลงทัณฑ์ได้พอแก่ความผิด เพื่อขอให้ผู้บังคับบัญชาลำดับ
สูงกว่าเป็นผู้ลงทัณฑ์ให้ (มาตรา ๑๕)

แต่มีบางกรณี กฎหมายให้อำนาจผู้บังคับบัญชาในการสั่งลงทัณฑ์ได้เหนืออำนาจ
ที่ปรากฏตามตารางกำหนดทัณฑ์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อยกเว้นหลักทั่วไปตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๕
ได้แก่กรณีดังต่อไปนี้

ก. กรณีเป็นความผิดซึ่งมีวิธีวางอัตรากำหนดทัณฑ์ไว้โดยแน่นอนแล้ว เช่น ความผิด
ฐานหนีราชการ กฎหมายบัญญัติว่า ถึงแม้กำหนดทัณฑ์จะเหนืออำนาจของผู้บังคับบัญชาจะสั่ง
ลงทัณฑ์ได้ ก็ให้นำเสนอเพียงผู้บังคับบัญชา นั้น ผบ.กรม หรือ ผบ.พัน ที่อยู่ต่างท้องถิ่นกับ ผบ.กรม
เป็นผู้สั่งลงทัณฑ์ แม้ว่ากำหนดทัณฑ์ที่เสนอให้สั่งลงทัณฑ์นั้นจะเหนืออำนาจที่ตารางกำหนดทัณฑ์
ระบุไว้ใน มาตรา ๑๕ ก็ให้ผู้บังคับบัญชาระดับดังกล่าวมีอำนาจลงทัณฑ์ได้โดยไม่ต้องนำเสนอผู้บังคับ
บัญชาตามลำดับชั้นต่อไปอีก สำหรับความผิดที่มีวิธีวางอัตรากำหนดทัณฑ์ไว้โดยแน่นอนในปัจจุบัน
มีเพียงกรณีเดียวคือ ข้อบังคับ กห.ว่าด้วยการลงทัณฑ์ทหารขาดหนีราชการ พ.ศ.๒๕๒๘ (ผนวก ค.)
ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในทางปฏิบัติให้ใช้เฉพาะทหารกองประจำการซึ่งขาดหรือหนีราชการ เช่น การนับครั้ง
ของการขาดหรือหนีราชการ การลงทัณฑ์ต่อทหารซึ่งขาดหรือหนีราชการในเวลาปกติและในเวลาไม่
ปกติ รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ไม่อาจลงทัณฑ์ทางวินัยได้โดยต้องส่งตัวผู้กระทำผิดฟ้องศาล
เป็นต้น

ข. กรณีที่นายทหารที่เป็นหัวหน้าทำการควบคุมทหารไปโดยลำพัง นายทหารผู้นั้น
มีอำนาจที่จะสั่งลงทัณฑ์ผู้อยู่ใต้อำนาจบังคับบัญชาในระหว่างที่ควบคุมนั้น ได้เท่ากับผู้มีอำนาจ
ลงทัณฑ์เหนือตำแหน่งของตนขึ้นไปได้อีก ๑ ชั้น (มาตรา ๑๗) เช่น ผบ.มว. เป็นผู้ควบคุมทหาร
ไปโดยลำพัง ก็มีอำนาจสั่งลงทัณฑ์ได้เท่ากับอำนาจของ ผบ.ร้อย ซึ่งเป็นอำนาจที่เหนือกว่า
ผบ.มว. ๑ ชั้น แต่มีข้อยกเว้นคือ ในกรณีเป็นนายทหารซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงทัณฑ์ ชั้น ๒ ขึ้นไป
กฎหมายบัญญัติว่าไม่ต้องเพิ่ม เพราะนายทหารระดับสูงเช่นนี้อำนาจที่มีอยู่ก็ถือว่ามากอยู่แล้ว

ระยะเวลาในการลงทัณฑ์

ในเรื่องกำหนดระยะเวลาในการลงทัณฑ์ทางวินัย กฎหมายบัญญัติว่า นับตั้งแต่
วันที่ปรากฏหลักฐานแห่งความผิดของผู้กระทำผิดซึ่งจะต้องรับทัณฑ์โดยแน่นอนแล้ว ถ้าผู้มี
อำนาจลงทัณฑ์มิได้จัดการที่จะให้ผู้นั้นได้รับทัณฑ์ภายในกำหนด ๓ เดือน เป็นอันนับว่าล่วงเลย
เวลาที่จะลงทัณฑ์และจะสั่งลงทัณฑ์โดยอำนาจของตนเองมิได้ เว้นแต่ผู้ที่กระทำผิดนั้นขาดหนี
ราชการไปก่อนครบกำหนด ๓ เดือน จึงมิให้นับวันที่ขาดหนีนี้เข้าในกำหนดเวลาล่วงเลย โดยให้
นับตั้งแต่วันที่ได้ผู้นั้นกลับมายังหน่วยต้นสังกัด (มาตรา ๑๙)

ข้อสังเกต

๑) ระยะเวลา ๓ เดือน ให้นับตั้งแต่วันที่ได้มีคำสั่งลงทัณฑ์อย่างชัดแจ้งโดยผู้มี
อำนาจลงทัณฑ์

๒) คำว่า “ปรากฏหลักฐานแห่งความผิดโดยแน่นอน” นั้น หมายถึง หลักฐาน
ปรากฏแก่ผู้มีอำนาจลงทัณฑ์ชั้นใดก็ได้ หากผู้บังคับบัญชาชั้นต้นซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงทัณฑ์มิได้
สั่งลงทัณฑ์ผู้กระทำผิด ก็ไม่ตัดอำนาจผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือในวันที่จะสั่งลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิด
กล่าวคือ ผู้มีอำนาจลงทัณฑ์ชั้นเหนือขึ้นไปที่ทราบหลักฐานแห่งความผิดของผู้กระทำผิดโดยแน่นอน
ในภายหลัง ก็มีอำนาจที่จะลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดได้ภายใน ๓ เดือน (หนังสือกรมพระธรรมนูญ ที่
กห๐๒๐๒.๒/๓๒๗๖ ลง ๒๙ พ.ค.๒๙)

อำนาจและหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในการรักษาวินัยทหาร

ผู้บังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารหน่วยตลอดจน
ปกครองบังคับบัญชาดูแลทุกข์สุขผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามภารกิจและการจัดหน่วยที่ตน
เป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร ได้บัญญัติถึงอำนาจและหน้าที่ของ
ผู้บังคับบัญชา สรุปได้ดังนี้

ก. อำนาจของผู้บังคับบัญชา

๑) ลงทัณฑ์แก่ทหารผู้กระทำผิดวินัยทหาร (มาตรา ๑๐) ไม่ว่าเป็นการกระทำ
ความผิดในหรือนอกราชการอาณาจักร

๒) ใช้อาวุธในการรักษาวินัยทหาร หากมีความจำเป็น เพื่อปราบปรามทหารผู้ก่อ
การกำเริบ หรือเพื่อบังคับทหารผู้ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่ของตน ซึ่งในการนี้ ผู้บังคับบัญชา
และผู้ที่ช่วยเหลือจะไม่ต้องรับโทษในการที่ได้กระทำไปโดยจำเป็นนั้นเลย (มาตรา ๖)

๓) ปลดหรือถอดยศทหารผู้ซึ่งกระทำผิดวินัยทหารได้ (มาตรา ๗)

ข. หน้าที่ของผู้บังคับบัญชา

๑) รักษาวินัยทหารโดยเคร่งครัดเสมอ (มาตรา ๕)

๒) ตักเตือน สั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามโทษานุโทษ
(มาตรา ๕ (๘) )

๓) เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้อาวุธในการรักษาวินัยทหาร เพื่อปราบปรามทหารผู้ก่อ
การกำเริบ หรือ เพื่อบังคับทหารผู้ละทิ้งหน้าที่ให้กลับทำหน้าที่ของตนแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะต้อง
รายงานเหตุดังกล่าวไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือตนและรายงานต่อไปตามลำดับชั้นจนถึง รมว.กห.
(มาตรา ๖)

๔) เมื่อได้ลงทัณฑ์นายทหารชั้นสัญญาบัตร จะต้องส่งรายงานการลงทัณฑ์นั้น
เสนอตามลำดับชั้นจนถึง รมว.กห. (มาตรา ๑๔)

๕) เมื่อได้รับเรื่องร้องทุกข์ ต้องรีบไต่สวนและจัดการแก้ไขความเดือนร้อน หรือ
ชี้แจงให้ผู้ร้องทุกข์เข้าใจ จะเพิกเฉยไม่ได้ หากผู้บังคับบัญชาคนใดเพิกเฉย ถือว่าผู้บังคับบัญชา
กระทำผิดต่อวินัยทหาร (มาตรา ๒๙)