ในจังหวัด
 ในอำเภอ 
 
ในตำบล   
จากตำแหน่ง
 ชื่อผู้บริหาร
ในจังหวัด
 ในอำเภอ
ในตำบล 
จากตำแหน่ง
  ชื่อผู้บริหาร

 

ร่างตัวอย่าง
การจัดวางระบบมาตรฐานการควบคุมภายใน
ตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) พ.ศ 2544

(3.) ตัวอย่างการจัดวางระบบและคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง


1. การควบคุมภายในด้านการจัดการ

วัตถุประสงค์
              1. เพื่อให้มีระบบสารสนเทศ และสามารถใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการ
              2. เพื่อให้ระบบการรายงานและติดตามประเมินผลการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
              3. เพื่อให้การกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ของหน่วยงานมีความชัดเจน รวมทั้งการวางแผน
การดำเนินงานที่เหมาะสมสามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
              4. เพื่อให้การจัดโครงสร้างภายในหน่วยงานเหมาะสมกับภารกิจ
              5. เพื่อให้การปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐาน แผน และกฎระเบียบที่ทางราชการกำหนด
              6. เพื่อให้ระบบการสื่อสารในหน่วยงานมีความเหมาะสม


ขอบเขตการควบคุม
การควบคุมภายในด้านการจัดการในที่นี้หมายรวมถึง การวางแผน การจัดองค์กร การกำกับงาน การควบคุมและการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร


แนวปฏิบัติการควบคุมภายในด้านจัดการ

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน
สภาพแวดล้อมการควบคุม
ปัจจัยเสี่ยง
กิจกรรมการควบคุม
สารสนเทศและการสื่อสาร
การติดตามและประเมินผล
1. การวางแผน
1. ความมุ่งหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนแม่บทของหน่วยงาน
2. ภาระกิจและหน้าที่ของหน่วยงานตามกฎหมาย
3. ปรัชญาในการทำงานของผู้บริหาร
1. ภาระกิจพื้นฐานแห่งรัฐ หรือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนแม่บทของหน่วยงาน
2. แผนดำเนินงานของหน่วยงานไม่ครอบคลุมทุกบทบาทภารกิจและไม่ชัดแจนเพียงพอต่อการนำไปปฏิบัติ

1. ทบทวน ปรับปรุงสาระของแผนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามแผนงานให้ทันสมัยและอยู่ในกรอบเวลาที่ควรจะเป็นอยู่เสมอ
2. ปรับปรุงระบบและกระบวนการวางแผนขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการวางแผนของผู้บริหารทุกระดับ
3. ทบทวนบทบาท ภารกิจ กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การในแต่ละช่วงเวลาให้สอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นโยบายรัฐบาล เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ รวมทั้งจัดทำแผนกลยุทธ์ ให้สอดคล้องกัน

1.จัดให้มีการประชุมชี้แจง แจ้งเวียนหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและทเศทางการพัฒนาองค์กรตามบทบาทภารกิจ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แผนของหน่วยงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างทั่วถึง
2. จัดให้มีการรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ นอกพื้นที่และประชาคม
1. สอบทานความสอดคล้องของแผนปฏิบัติงานกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนแม่บทของหน่วยงาน
2. ประเมินความเหมาะสมของแผนระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามแผน
2. การจัดองค์กร 1. จุดมุ่งหมายในการปฏิรูประบบราชการและนโยบายรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีผลกระทบต่อบทบาทภารกิจของหน่วยงาน
2. บทบาทอำนาจหน้าที่ในเชิงปฏิบัติการของหน่วยงาน
3. อัตรากำลัง และความรู้ความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
4. การมอบหมายงานและการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบ
1. การแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ชัดเจน
2. การมอบหมายงานและการจัดบุคลากรตามโครงสร้างหน่วยงานไม่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ
3. โครงสร้างองค์กรขาดความยืดหยุ่น
4. โครงสร้างองค์กรและการจัดอัตรากำลังไม่เหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจ
5. การขาดความเข้าใจอย่างชัดเจนต่อนโยบายและทิศทางการปฏิรูประบบราชการและนโยบายรัฐบาล


1. กำหนดโครงสร้างองค์การและอัตรากำลังให้สอดคล้องกับภารกิจรวมทั้งกำหนดสายการบังคับบัญชาและการมอบหมายงานให้ชัดเจน
2. ศึกษาและทำความเข้าใจแนวนโยบายต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่ออำนาจหน้าที่ หรือภารกิจของหน่วยงานเพื่อปรับบทบาทขององค์กรให้เหมาะสมสามารถสนองนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. กำหนดและประชาสัมพันธ์โครงสร้างองค์กรและบุคลากรที่รับผิดชอบสายงานหลักให้ทราบทั่วกัน
2. เผยแพร่บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงาน ต่อสาธารณะและประชุมชี้แจงทำความเข้าใจภายในหน่วยงาน กรณีปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือบทบาทภารกิจตามนโยบายทุกครั้ง
1.ประเมินความเหมาะสมของโครงสร้างและการจัดอัตรากำลังอย่างน้อยปีละครั้ง
2. ประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ
3. การกำกับงาน 1.อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและสายการบังคับบัญชาของการบริหารงานในระดับต่าง ๆ
2. ข้อบังคับ ระเบียบและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
3. ภาวะผู้นำและจิตสำนึกของผู้บริหาร
4. มาตรการจูงใจผู้ปฏิบัติงาน
5. จิตสำนึกของผู้ปฏิบัติงาน
1. เจ้าหน้าที่ขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
2. กฎเกณฑ์ กติกา ด้านการบริหารงานบุคคลไม่ชัดเจนหรือไม่เหมาะสม
3. ขาดความรู้ และทักษะในการบริหารงาน
4. ระบบการสั่งการหรือการมอบหมายงานไม่เหมาะสม
1. จัดให้มีการอบรมจริยธรรมและปลูกจิตสำนึกในการให้บริหารหรือการสร้างผลงานเพื่อประโยชน์สาธารณะให้กับเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ
2. จัดให้มีการออกแบบสอบถามเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอในการปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงานจากผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ
3. กำหนดกระบวนการพิจารณาประเมินผลงานที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีการกำหนดเกณฑ์การให้รางวัลหรือบำเหน็จความชอบ หรือประกาศเกียรติคุณของผู้ที่มีผลงานดีเด่น
4. กำหนดระบบการคัดสรรผู้บริหารทุกระดับโดยใช้หลักเกณฑ์การคัดสรรที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส
5. กำหนดสายงานการบังคับบัญชาและระบบคำสั่งการที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร
6. กำหนดกฎเกณฑ์การบริหารบุคลโดยให้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม
7. สอบทานระบบงานและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
1.ประชุมชี้แจงเพื่อซักซ้อมหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจ และหน้าที่ความรับผิดชอบทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่หรือมอบหมายงานใหม่
2. เวียนแจ้งระบบและหลักเกณฑ์ในการคัดสรรผู้บริหารของหน่วยงาน
3. ประกาศระบบและหลักเกณฑ์การให้รางวัลในการปฏิบัติงาน
1. สอบทานและทบทวนในด้านประสิทธิผลของการปฏิบัติตามแผนงานและบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน
2. ประเมินผลสำเร็จของงานและความพึงพอใจของบุคลากร จากการใช้หลักเกณฑ์การให้รางวัล
4. การควบคุม 1. นโยบายการควบคุมงานและทรัพยากร 1. ขาดแนวนโยบายที่ชัดเจนในการควบคุมงานและทรัพยากรของหน่วยงาน
2. ไม่มีแนวปฏิบัติหรือคู่มือในการควบคุมงานและทรัพยากร หรือมีแต่ไม่ครอบคลุมครบถ้วนทุกด้าน
1. กำกับการปฏิบัติตามนโยบายและเสนอแนะให้ปรับเปลี่ยนนโยบายให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ
2. กำหนดให้มีแนวทางปฏิบัติหรือคู่มือเกี่ยวกับการควบคุมงานและทรัพยากรในหน่วยงานให้ครบทุกด้านของการปฏิบัติงาน
ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติหรือคู่มือควบคุมงานและให้มีการสื่อสารหรือประชุมชี้แจงทำความเข้าใจในกรณีมีการปรับเปลี่ยนนโยบายและแนวทางปฏิบัติทุกครั้ง ติดตามประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ระบบงานและประสิทธิผลของการควบคุมทรัพยากรให้เป็นไปตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติหรือคู่มือที่กำหนด
5. การจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร 1.ระบบสารสนเทศของหน่วยงาน
2. นโยบายในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน
3. เครื่องมือ อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดระบบสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงาน
1. การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือเข้าถึงแต่ไม่ทันเวลา
2. รวบรวมวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเพื่อเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ ไม่มีประสิทธิภาพ
3. ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกหน่วยงาน
1.จัดให้มีแผนแม่บทในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและแผนพัฒนาเครื่องมืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเพื่อการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงาน
2.จัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการรวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการใช้ข้อมูลทั้งในระดับบริหารและปฏิบัติการ
3. จัดระบบข้อมูลและกำหนดตารางเวลาในการผลิตข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันตลอดจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันเวลา
4. กำหนดขอบเขตและวิธีการเข้าถึงข้อมูลและระบบการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานอย่างเป็นระบบให้ครบถ้วนทันเวลา 1.สอบทานระบบจัดทำและจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งนโยบายในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นครั้งเป็นคราว
2. สอบทวนความเชื่อถือได้ความเป็นปัจจุบันและความทันเวลาของข้อมูลข่าวสาร

 

 

       
 
   
       
 
Home | อบต. | อบจ. | เทศบาล | ตำบล | อำเภอ | จังหวัด | กระทรวง | รัฐบาล | ศาล | รัฐสภา | สถาบันการเงิน | สหกรณ์ | เกษตร | การศึกษา | ท่องเที่ยว | ศาสนา | โรงพยาบาล | ผลิตภัณฑ์
บริษัท กำลังแผ่นดิน จำกัด
 56/16 ซอยอินทามระ 35   ถนนสุทธิสารวินิจฉัย   แขวงดินแดง    เขตดินแดง    กรุงเทพฯ 10400
โทร.0-2691-9833, 0-2691-9866, 0-2691-9882    แฟกซ์ 0-2691-9884    อีเมล์ earthpower@thaitambol.net
about us
contact us
Copyright © 2002 บริษัท กำลังแผ่นดิน จำกัด   All Rights Reserved